บันทึกชีวิตประจำวัน

• 2006-Jun-7 - สถานการณ์..วิกฤติ..ในชีวิต (1)

 วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปสนามบินเดินทางไป กทม.ด้วยความที่มีสัมภาระหลายชิ้นจึงต้องนั่ง Taxi สนามบิน เข้าโรงแรมเก็บสัมภาระ และคิดในใจว่าไปห้างพันธุ์ทิพย์ทำธุระให้เสร็จคงไม่นาน แล้วจะเข้าที่ทำงานต่อถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ก็เลยหิ้วถุงเอกสารที่มีเสื้อสีเหลืองให้เจ้านาย 2 ตัว,เอกสารเบิกเงินงบประมาณงวดที่ 1 ของชุมชน 1 ชุดใหญ่ๆ,เอกสารเบิกค่ารักษาพยาบาลของเจ้าหน้าที่ 1 ซอง,โบร์ชัวโน๊ตบุ๊คอีก 1 ซอง ทั้งหมดใส่รวมในถุงกระดาษ 1 ถุง กะว่าเข้าห้างพันธุ์ทิพย์ จะเทียบราคาและประเมินดูโน๊ตบุ๊ค 2 ยี่ห้อ ที่คิดไว้ในใจแล้วอีกครั้ง เพื่อความชัวร์ก่อนสั่งซื้อ และก็จะหิ้วโน๊ตบุ๊คใหม่พร้อมเอกสารเข้าสำนักงาน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

  แต่เหมือนกรรมบันดาล หรืออะไรสักอย่างกลั่นแกล้ง หรือเพราะเราสะเพร่าเอง

  เมื่อลงจากรถ Taxi เวลา 12.00 น. ก็เข้าห้างพันธุทิพย์ทานก๊วยเตี๋ยว สมบัติที่หิ้วมายังอยู่ครบ ทานอาหารเสร็จ ก็ไปเดินดูโน๊ตบุ๊คชั้น 3 ของห้าง เดินเข้าออกร้านใกล้ๆ กันอยู่ 3 ร้าน และก็ตกลงซื้อโน๊ตบุ๊คโตชิบา รุ่น Sattlelite M100 P345T กะร้านแรกที่เข้าไปดู หลังจากที่ดูมา 3 ร้านแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบราคากันก็ถูกที่สุดแล้วเท่าที่เช็คราคามาจากห้างอื่น ๆ แล้ว แต่จุด Climax มันอยู่ที่ ในช่วงระหว่างที่เดินดูโน๊ตบุ๊คทั้ง 3 ร้าน ด้วยความที่มีถุงกระดาษ 1 ถุง ขนาดไม่ใหญ่ไม่โต (กลางๆ)เวลาดูโน๊ตบุ๊ค ก็ตามโฆษณาของ สคบ.นะ (ตาดู มือคลำ)ก็เลยต้องปล่อยมือเพื่อดูโน๊ตบุ๊คตัวโน้นตัวนี้ และก็ขึ้นไปชั้น 5 เพื่อดูของจริงและรอให้เค้าติดตั้งโปรแกรม ก็ลงมาชั้น 1 กด ATM พอกดเงินเสร็จ จึงนึกออกว่าแล้วถูงกระดาษที่ฉันหิ้วมาตั้งแต่ต้นมันหายไปไหน 

  โอ้โห รู้มั้ย ว่าหน้าเริ่มชา ความเย็นเริ่มเข้ามาเยือนตั้งแต่ปลายเท้าถึงศรีษะ เก็บเงินใส่กระเป๋า วิ่งขึ้นชั้น 3 ไปหาทุกร้านที่เดินเข้าไป แค่ 3 ร้าน (เท่านั้น)ขึ้นชั้น 5 ร้านที่ 4 (ร้านสุดท้าย) ก่อนออกมากด ATM พูดเป็นเสียงเดียวกัน "ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ" ก็เลยถามว่ามีประชาสัมพันธ์มั้ยให้ช่วยประกาศของหายให้หน่อยเถอะ ถ้าใครเจอยอมจ่ายเงินให้ขอแค่เอกสารในถุงคืน ถามแม่บ้านที่เดินลากถังขยะ ดูของในถังขยะ ยามที่ยืนรักษาความปลอดภัย ไม่มีใครเห็น แต่เค้าก็แนะนำดีว่า ถ้ามีของหายจะมี center กลางที่เก็บเอกสารหรือของหายไว้ให้ไปติดต่อหรือทิ้งเบอร์ไว้หรือขอเบอร์เค้าไว้เพื่อจะได้โทรมาถามเรื่อย ๆ ขณะนั้นเวลา 15.00 น.ณ ความรู้สึกเวลานั้นเริ่มริบหรี่ลงทุกทีที่จะได้เอกสารคืน ก็เลยโทรบอกบุคคลที่เป็นเจ้าของเอกสาร "สารภาพบาป" ยอมรับความผิดพลาดอย่างเต็มใจ แต่เจ้านายโทรยังไงก็ไม่ติด จึงต้องโทรกลับไปที่ สนง.ปลายทาง รบกวนคุณแม่บ้านซื้อเสื้อสีเหลือง 2 ตัว ส่งขึ้นรถทัวร์เที่ยวเย็นวันนั้น รุ่งเช้าจะได้ไปรับที่สายใต้ เพื่อเอาเสื้อให้เจ้านาย นั่นคือวิธีแก้ปัญหาไป 1 ชิ้น ที่คิดออกแบบเร็ว ๆ ส่วนเอกสาร บุคคลที่เป็นเจ้าของก็ปลอบใจนะไม่รู้ว่าจะทำยังไงเมื่อมันหายไปแล้ว ก็กลับบ้านมาทำใหม่ละกัน แต่ก็ยังให้กำลังให้รอดูเผื่อว่าคนที่เอาไปเค้าจะส่งคืน เพราะเอกสารที่ได้ไปมันไม่มีประโยชน์อะไรกะเขา ส่วนเสื้อสีเหลืองเอาไปเถิดยกให้ ถือว่าได้ร่วมเทอดพระเกียรติในหลวงด้วยกัน

   เวลา 16.00 น. ขึ้นไปชั้น 5 รับโน๊ตบุ๊ค ด้วยอารมณ์ที่เบลอ หมดสภาพแล้วจริงๆ มันลอยบอกไม่ถูกนะ มีความรู้สึกเหมือนขณะนั้นอยากมีใครสักคนเป็นเพื่อน ให้พักพิงกะผู้หญิงตัวคนเดียว 1 คน และไม่ใช่เด็ก กทม.ออกจากห้างพันธุ์ทิพย์ 16.30 น.นั่ง Taxi กลับโรงแรมไป สำนักงานไปไม่ไหวแล้ว ระหว่างทางฝนตกหนักมาก ถึงโรงแรมกินอะไรไม่ลงแล้วเพราะกินน้ำตาแทนทั้งคืน

Post A Comment! :: Send to a Friend!

About Me


«  August 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• My Blog's RSS
• <%LinkTitle%>

Friends



CATEGORIES

Entry 3 of 23
Last Page | Next Page