บันทึกชีวิตประจำวัน

• 2006-Jun-9 - คุณป้า..สู้ชีวิต

   วันนี้ก็เก็บสัมภาระลงกระเป๋า หลังจากที่เจอสถานการณ์ "วิกฤติ" มา 2 วัน สภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นปานกลาง ก็เลยตั้งใจว่าจะไปหา คุณป้าสายใจ ที่สถานีรถไฟสามเสน คุยกับคุณป้าแล้วสภาพจิตคงจะดีกว่านี้ จองตั๋วรถไฟออกเวลา 15.45 น.ก็ check out ออกจากโรงแรม 12.00 น.ทานอาหารปักษ์ใต้หน้าสถานี ก็นั่งรอว่าป้าจะมาเมื่อไร เล่าให้ฟังก่อนว่า "ป้าสายใจ" ที่พูดถึง คือ หญิงชรา ผิวขาว แต่งตัวสะอาดสะอ้าน หลังโก่งๆ เดินช้าๆ ค่อยๆ ย่อง อายุประมาณ 80-85 ปี เป็นคนภาคเหนือ มีอาชีพขายขนมนางเล็ด ใส่ตะกร้าและเดินเร่ขายระหว่าง 2 สถานี คือ สถานีสามเสน และสถานีบางซื่อ ช่วงเช้าจะอยู่สถานีบางซื่อ ส่วนช่วงบ่ายจะอยู่สถานีสามเสน ใครเห็นป้าใน 2 สถานีนี้ช่วยกัน "อุดหนุน" บ้างนะคะ

   เท่าที่เห็นป้าสายใจ เวลาใครผ่านมาก็จะมีคนให้เงินแกประจำ 20-100 บาท แต่แกก็ไม่รับเปล่าแลกกับขนมที่ขาย ทั้งๆ ที่คนให้เงิน ให้ด้วยความสงสารที่เห็นป้าอายุขนาดนี้แล้วยังเดินเร่ขายขนมอีก แต่แกก็บอกว่า "มีความสุขดี ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยเพราะต้องเดินออกกำลังกายทุกวัน" อ้อลืมบอกไป สงสัยละซิว่าทำใม ลูกหลานป้าสายใจไม่ดูแล ป้าสายใจยังโสดจ๊ะ ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่มากรุงเทพฯ จะแวะมาคุยกับป้าเสมอเวลาที่โอกาสอำนวย ทำให้วันนี้ได้คุยกับป้าสายใจแล้วมีความสุข และมีกำลังใจต่อสู้ชีวิตข้างหน้าต่อไป ขอบคุณมากคะป้า 

  

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-8 - สถานการณ์..วิกฤติ..ในชีวิต (2)

    วันนี้ (ตาบวม)ตื่นตั้งแต่ 05.30 น.ออกจากโรงแรม 06.00 น. นี่ขณะเวลาเช้านะ รถขาออกไปขนส่งสายใต้ก็เริ่มติดแล้วนะ ส่วนขาเข้าไม่ต้องพูดถึงเลย ถึงสายใต้ 07.00 น.ต้องไปรับของที่สถานี 2 ไปเดินดูไหนละของที่ส่งมามีแต่ลัง กล่องกระดาษทั้งนั้นเลย โทรกลับไปถามคุณแม่บ้าน เค้าใส่ซองกระดาษสีน้ำตาลมา ก็หาอีกละอยู่ไหนกัน ปรากฏว่าที่เป็นกล่องนะขนออกมาหมดแล้วแต่ของที่เป็นชิ้นเล็กๆ บัสโฮสเตสเพิ่งจะเดินถือมาให้ หือ (คนยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ด้วย)กลับเข้า กทม.ใหม่อีกรอบเวลานี้ละรถติดระงมเลยละ 07.45 น.ถึง ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ 09.00 น.เห็นหน้าเจ้านายแล้วดีใจอย่างมาก หยิบซองกระดาษสีน้ำตาลที่ไปเอาที่สายใต้ให้และ "สารภาพบาป" ว่าเมื่อวานพยายามโทรหาจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่โทรไม่ติด ก็เลยตัดสินใจด้วยการสั่งของใหม่ที่เหมือนกับของที่หายไปมาคืน เสื้อสีเหลือง 2 ตัว ราคา 1,200 บาท เล่าไปก็เหมือนจะร้องไห้ไปด้วยนะ พอเล่าเสร็จดูหน้าเจ้านาย (เจ้านาย จะหัวเราะ ก็หัวเราะไม่ออก จะว่าสะเพร่าก็ไม่ว่าอะไร)เป็นหน้าตาที่เอ๋อ เอ๋อ หรือรับมุกไม่ทัน แต่พูดมาประโยคนึง "สงสัยระบบโทรศัพท์คงกลั่นแกล้งเธอด้วยทำให้โทรไม่ติด เลยต้องซื้อเสื้อใหม่มาคืนซ้ำอีก 2 ตัว" โอยพระเจ้าจ๊อด 

  ทั้งๆ ที่วันนี้มีประชุมแต่ก็ยอมรับว่าทำงานไม่เต็ม 100 ใจมันหดหู่นะ อะไรๆ ก็แย่ไปหมด นั่นสิที่เค้าบอกว่าชนะใจนะยากที่สุดกว่าชนะอย่างอื่นเลย ยอมรับจริงๆ แต่การได้โน๊ตบุ๊คสีแสบสันมา 1 ตัว กับการแลกกับเอกสารหายที่ประเมินค่าด้วยตัวเงินไม่ได้มันแย่กว่า มาก..ถ้ามีโดเรมอน ขอไทม์แมชชีน ย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยจริงๆ

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-7 - สถานการณ์..วิกฤติ..ในชีวิต (1)

 วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปสนามบินเดินทางไป กทม.ด้วยความที่มีสัมภาระหลายชิ้นจึงต้องนั่ง Taxi สนามบิน เข้าโรงแรมเก็บสัมภาระ และคิดในใจว่าไปห้างพันธุ์ทิพย์ทำธุระให้เสร็จคงไม่นาน แล้วจะเข้าที่ทำงานต่อถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ก็เลยหิ้วถุงเอกสารที่มีเสื้อสีเหลืองให้เจ้านาย 2 ตัว,เอกสารเบิกเงินงบประมาณงวดที่ 1 ของชุมชน 1 ชุดใหญ่ๆ,เอกสารเบิกค่ารักษาพยาบาลของเจ้าหน้าที่ 1 ซอง,โบร์ชัวโน๊ตบุ๊คอีก 1 ซอง ทั้งหมดใส่รวมในถุงกระดาษ 1 ถุง กะว่าเข้าห้างพันธุ์ทิพย์ จะเทียบราคาและประเมินดูโน๊ตบุ๊ค 2 ยี่ห้อ ที่คิดไว้ในใจแล้วอีกครั้ง เพื่อความชัวร์ก่อนสั่งซื้อ และก็จะหิ้วโน๊ตบุ๊คใหม่พร้อมเอกสารเข้าสำนักงาน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

  แต่เหมือนกรรมบันดาล หรืออะไรสักอย่างกลั่นแกล้ง หรือเพราะเราสะเพร่าเอง

  เมื่อลงจากรถ Taxi เวลา 12.00 น. ก็เข้าห้างพันธุทิพย์ทานก๊วยเตี๋ยว สมบัติที่หิ้วมายังอยู่ครบ ทานอาหารเสร็จ ก็ไปเดินดูโน๊ตบุ๊คชั้น 3 ของห้าง เดินเข้าออกร้านใกล้ๆ กันอยู่ 3 ร้าน และก็ตกลงซื้อโน๊ตบุ๊คโตชิบา รุ่น Sattlelite M100 P345T กะร้านแรกที่เข้าไปดู หลังจากที่ดูมา 3 ร้านแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบราคากันก็ถูกที่สุดแล้วเท่าที่เช็คราคามาจากห้างอื่น ๆ แล้ว แต่จุด Climax มันอยู่ที่ ในช่วงระหว่างที่เดินดูโน๊ตบุ๊คทั้ง 3 ร้าน ด้วยความที่มีถุงกระดาษ 1 ถุง ขนาดไม่ใหญ่ไม่โต (กลางๆ)เวลาดูโน๊ตบุ๊ค ก็ตามโฆษณาของ สคบ.นะ (ตาดู มือคลำ)ก็เลยต้องปล่อยมือเพื่อดูโน๊ตบุ๊คตัวโน้นตัวนี้ และก็ขึ้นไปชั้น 5 เพื่อดูของจริงและรอให้เค้าติดตั้งโปรแกรม ก็ลงมาชั้น 1 กด ATM พอกดเงินเสร็จ จึงนึกออกว่าแล้วถูงกระดาษที่ฉันหิ้วมาตั้งแต่ต้นมันหายไปไหน 

  โอ้โห รู้มั้ย ว่าหน้าเริ่มชา ความเย็นเริ่มเข้ามาเยือนตั้งแต่ปลายเท้าถึงศรีษะ เก็บเงินใส่กระเป๋า วิ่งขึ้นชั้น 3 ไปหาทุกร้านที่เดินเข้าไป แค่ 3 ร้าน (เท่านั้น)ขึ้นชั้น 5 ร้านที่ 4 (ร้านสุดท้าย) ก่อนออกมากด ATM พูดเป็นเสียงเดียวกัน "ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ" ก็เลยถามว่ามีประชาสัมพันธ์มั้ยให้ช่วยประกาศของหายให้หน่อยเถอะ ถ้าใครเจอยอมจ่ายเงินให้ขอแค่เอกสารในถุงคืน ถามแม่บ้านที่เดินลากถังขยะ ดูของในถังขยะ ยามที่ยืนรักษาความปลอดภัย ไม่มีใครเห็น แต่เค้าก็แนะนำดีว่า ถ้ามีของหายจะมี center กลางที่เก็บเอกสารหรือของหายไว้ให้ไปติดต่อหรือทิ้งเบอร์ไว้หรือขอเบอร์เค้าไว้เพื่อจะได้โทรมาถามเรื่อย ๆ ขณะนั้นเวลา 15.00 น.ณ ความรู้สึกเวลานั้นเริ่มริบหรี่ลงทุกทีที่จะได้เอกสารคืน ก็เลยโทรบอกบุคคลที่เป็นเจ้าของเอกสาร "สารภาพบาป" ยอมรับความผิดพลาดอย่างเต็มใจ แต่เจ้านายโทรยังไงก็ไม่ติด จึงต้องโทรกลับไปที่ สนง.ปลายทาง รบกวนคุณแม่บ้านซื้อเสื้อสีเหลือง 2 ตัว ส่งขึ้นรถทัวร์เที่ยวเย็นวันนั้น รุ่งเช้าจะได้ไปรับที่สายใต้ เพื่อเอาเสื้อให้เจ้านาย นั่นคือวิธีแก้ปัญหาไป 1 ชิ้น ที่คิดออกแบบเร็ว ๆ ส่วนเอกสาร บุคคลที่เป็นเจ้าของก็ปลอบใจนะไม่รู้ว่าจะทำยังไงเมื่อมันหายไปแล้ว ก็กลับบ้านมาทำใหม่ละกัน แต่ก็ยังให้กำลังให้รอดูเผื่อว่าคนที่เอาไปเค้าจะส่งคืน เพราะเอกสารที่ได้ไปมันไม่มีประโยชน์อะไรกะเขา ส่วนเสื้อสีเหลืองเอาไปเถิดยกให้ ถือว่าได้ร่วมเทอดพระเกียรติในหลวงด้วยกัน

   เวลา 16.00 น. ขึ้นไปชั้น 5 รับโน๊ตบุ๊ค ด้วยอารมณ์ที่เบลอ หมดสภาพแล้วจริงๆ มันลอยบอกไม่ถูกนะ มีความรู้สึกเหมือนขณะนั้นอยากมีใครสักคนเป็นเพื่อน ให้พักพิงกะผู้หญิงตัวคนเดียว 1 คน และไม่ใช่เด็ก กทม.ออกจากห้างพันธุ์ทิพย์ 16.30 น.นั่ง Taxi กลับโรงแรมไป สำนักงานไปไม่ไหวแล้ว ระหว่างทางฝนตกหนักมาก ถึงโรงแรมกินอะไรไม่ลงแล้วเพราะกินน้ำตาแทนทั้งคืน

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-6 - กระแสฟีเวอร์..เสื้อสีเหลือง (2)

   วันนี้ร้านที่เคยบอกว่าจะเอาเสื้อมาให้ดูที่ สนง.เค้าขายหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนและมีการบอกตรงๆ ว่า ต้องขอปรับราคาขายจริงๆ ในช่วงที่สามารถทำ "กำไร" ได้ก่อน วันที่ 9 มิ.ย นี้เพราะถ้าเลยวันที่ 9 มิ.ย ไปแล้วราคาเสื้อสีเหลืองก็จะกลับมาสู่สภาพเดิมหรือทยอยลงเหมือนราคาทองคำ..มั้ง แสดงว่าในช่วงที่ Make Money ได้ก็รีบ Make ทันที สุภาษิตโบราณว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก ใช่มะ เพราะช่วงนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานหรือแม้แต่ประชาชน แม่ค้า แม่ขาย บุคคลทั่วไป ใส่เสื้อสีเหลืองกันเต็มไปหมด เราจะอยู่แบบไม่รู้ร้อน รู้หนาวได้อย่างไร และทุกคนก็ต้องการหาเสื้อสีเหลืองเพื่อจะใช้ใส่ทำพิธีกัน ทำให้มีความต้องการซื้อสินค้ามาก แต่สินค้ามีจำนวนไม่พอกับความต้องการ

  วันนี้ดูราคาเสื้อแล้วตกใจ 700 บาท (ใครจะซื้อละเนี่ย)บางร้าน 590 บาท,บางร้าน 550 บาท,บางร้านเค้าไม่กล้าเอาเสื้อโลโก้ 60 ปี มาขายเกินราคา กลัวถูกจับ ก็ขายราคาปกติ 250 บาทบ้าง ขอกำไรบ้าง 300 บาท แต่ละร้านนะ ราคาไม่เท่ากันเลย เสื้อก็ไม่เหมือนกัน ส่วนร้านที่เสื้อมาเป็นล๊อตเดียวกันก็ขายคนละราคา ต้องไปนั่งเฝ้ารอหน้าร้านด้วยซ้ำ เพราะเค้านัดเวลาที่ให้มาดูสินค้า แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่ารถทัวร์เข้ากี่โมง แล้วทยอยขนสินค้าส่งตามร้านอีกประมาณเวลาไหน (ต้องใช้ความพยายามอย่างแรงกล้าในการนั่งรอสินค้าเพื่อให้ได้เลือกเป็นรายแรกและให้ได้ Size S หรือ SS ที่ใส่แล้วตัวไม่ใหญ่เกินไป)คงคิดว่าเรื่องมากสิใช่มั้ย ต้องเห็นใจคนตัวเล็กนะ เพราะหาเสื้อได้ยากกว่า Size M และ L มีหลายคนบอกว่าตอนนี้หาเสื้อสีเหลืองยากกว่าหาเสื้อสีอื่นอีกนะเนี่ย แต่ทั้งหมดที่ทำนี่เพื่อบุคคลที่เรารักมากที่สุดของแผ่นดินไง.. 

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-5 - กระแสฟีเวอร์..เสื้อสีเหลือง..(1)

  วันนี้โดนความแรงของเสื้อสีเหลืองเข้าเต็มๆ ทั้งๆที่ก็มีอยู่แล้ว 1 ตัว ก่อนเดือนมิถุนายนใส่ทุกวันพุธ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะต้องหามาเพิ่มเพราะใส่แค่วันเดียวในรอบสัปดาห์ แต่ก็ต้องตามนโยบายรัฐที่ให้ใส่เสื้อสีเหลืองทุกวันตั้งแต่วันที่ 1-15 มิ.ย 49 รู้ไหมในกรุงเทพฯ คงจะพอหาได้ไม่ยากในราคาที่ไม่สูงเกินต้นทุน แต่ต่างจังหวัดอย่างบ้านเราหาแทบพลิกแผ่นดินหาเลยนะ ไปหาดูทุกร้านในตลาด ก็ไม่ใช่แต่เราที่หาเสื้อสีเหลืองมีคนอื่น หน่วยงานอื่นหาเสื้อสีเหลืองเช่นกัน เต็มทุกร้าน และราคาสูงมาก จนซื้อไม่ลง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็รู้อยู่ว่าราคาขายกันทั่วไปเท่าไร ทุกร้านที่ถามบ้างว่าของหมด บ้างว่าไม่มี Size รอสินค้ามาพรุ่งนี้ ส่วนร้านที่มีของก็ "กั๊ก" สินค้าไว้บอกว่ามีเหลือแค่ Size นี้ตัวเดียวทั้งร้าน แต่พอเลือกดูไปเรื่อยๆ มีลูกค้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ก็ทยอยหยิบออกมาทีละตัว อ้างว่าเป็นของคนที่สั่งไว้แต่ยังไม่มาเอา ก็เลยเอามาขายก่อน ราคาวันนี้ตัวละ 490 บาท (โลโก้ 60 ปี)บางร้าน 450 บาท โอ้โห อะไรจะขึ้นราคาได้ขนาดนี้ และแต่ละรุ่นก็ทำ Size มาไม่เหมือนกัน เราต้องการ Size S แต่ Size S ของรุ่นนี้ที่ดูตัวใหญ่มากพอๆ กับ Size M ก็เลยต้องมาดูใหม่พรุ่งนี้ 
Comments (2) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-3 - กินซีอ๊วดำ..ต้านสารอนุมฺลอิสระ

  วันนี้ฟังรายการวิทยุ ขณะกำลังขับรถไปหาหมอคลีนิคราชเทวีกับน้องสาวที่คาร์ฟู ได้ฟังรายการวิทยุ ว่ามีงานวิจัยปรากฏผลออกมาว่า กินซีอิ๊วดำ จะทำให้ป้องกันสารอนุมูลอิสระได้ ทำให้เปลี่ยนแผนกะทันหันจากที่วางแผนไว้ว่าจะกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านฟูจิ ก็เลยเปลี่ยนใจไปกิน บ๊ะกุดแต๋ แทนเพราะมีซีอิ๊วดำเป็นส่วนประกอบของอาหารหรือสงสัยว่าต่อไปคงต้องกินผัดซีอิ๊วมากขึ้นแล้วละ จะได้เพิ่มดีกรีความดำให้มากขึ้นไปอีกด้วยมั้งแต่..เพื่อสุขภาพ..สามารถคะ..
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-2 - หาข้อมูล..โน๊ตบุ๊ค (2)

   ตอนนี้กำลังสนใจ Spec Notebook อีกรุ่นนึงของ Acer ที่โฆษณาในโทรทัศน์อยู่ไง วงซิมโฟนีออเคสตร้านะเป็น chip duo core เหมือนกันน่าสนใจดี กะว่าจะลองเทียบกับโตชิบาดูนะ
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-Jun-1 - หาข้อมูล..โน๊ตบุ๊ค (1)

 อันที่จริงก็มีโน๊ตบุ๊คใช้อยู่แล้ว คือ IBM Thinkpad R51 แต่อยากได้อีกตัวไว้ใช้ที่บ้านไม่ต้องหิ้วไปมาระหว่างบ้านกับที่ทำงานแต่ไม่อยากได้ PC เพราะมีแล้ว 1 ตัว ก็เลยต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ เราชอบ Toshiba นะเพราะรู้สึกว่าใช้ IBM แล้วมันทนดี (ผ่านสถานการณ์การทำงานแบบทรหดทั้งคน ทั้งเครื่อง ช่วงสึนามิมาได้ก็แสดงว่าใช้งานคุ้มแล้วหละ)ก็เลยสนใจที่จะซื้อ Toshiba มาประกอบการตัดสินใจเป็นอันดับแรก และช่วงนี้ Intel ก็ผลิต Chip แบบ Core Duo ออกมานำเสนอ ก็เลยสนใจ Toshiba รุ่น satellite M 100-P345T เป็น

 - Intel Centrino Duo mobile Technology (Core Duo T23000)1.66 Ghz

   Pro/wireless

 - Ram 512 Mb DDR

 - Hardisk 100 Gb with shock absorber

 - จอ 14" WXGA TFT with Clear Super View (CSV)

 - Windows XP Home edition

 - ATI Mobility Radeon

 - DVD SuperMulti Double Layer Drive

 - Thai keyboard

 - 4X USB

 - TV Out

 - I link

 - Bluetooth

 - Touchpad with scroll function

 - Ultra slim remote controller

 - Finger print

 - Sunlight Copper

 - Li-ion battery 3.2 hours

 ราคา 69,900 บาท ดูสเป๊คแล้วสูงอยู่นะไม่รู้ว่าจะมีสินค้าหรือเปล่านะซิ

Comments (2) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-26 - ลาป่วย

ลาป่วยเป็นไข้หวัดอีก 1 วัน คุณแม่บ้าน สนง.คอยส่งข้าว ส่งน้ำ ถ้าไม่มีคุณแม่บ้านคนนี้ ดูท่าทางจะแย่แล้วละ เพราะนอนป่วยอยู่คนเดียว ขอบคุณมากนะคะ
Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-25 - ลาป่วย

วันนี้หมดฤทธิ์แล้วป่วยเป็นไข้หวัด (งอมแงม)กินยา นอนป่วยที่บ้านอยู่คนเดียว
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-12 - วันวิสาขบูชา

  วันนี้วันวิสาขบูชา เป็นวันหยุด ก็ดีหน่อยนึง เราได้มีเวลาทำงานของตัวเอง คือ ชวนน้องสาว ไปช่วยพ่อปลูกต้นยางพารา ที่สวน กับคนงานซึ่งเราก็มีคนงานประจำอยู่แล้วแหละ แต่เรื่องอะไรที่จะให้คนงานทำเพียงลำพังโดยที่เถ้าแก่ ได้แค่เพียงชี้นิ้วสั่งอย่างเดียวนะ เราไม่ทำหรอก เพราะเราถือคติว่าการจะสั่งให้ใครทำอะไร เราก็ต้องทำได้และทำเป็นด้วย ไม่งั้นมันไม่ขลัง ก็วางแนวปลูกไว้เรียบร้อยแล้ว คนใต้ เรียกว่า ปักติ้ว หมายถึง ปักไม้ เป็นตำแหน่งที่จะขุดหลุมปลูกยาง เราก็ต้องไปขุดหลุมปลูกตามแนวไม้ที่ปักไว้ให้เป็นแถว ตอนเช้าไปอากาศดีหรอกนะ ไม่ร้อน แต่พอสายหน่อยนี่สิ ครีมกันแดดที่ทามาก็เอาไม่อยู่ ต่อให้ขวดราคาเป็นพันก็หมดสิทธิ์ ปลูกได้แค่ 40 ต้น ยอมแล้ว ร้อนจ้า นี่ถ้ามีน้ำหรือหนอง คลอง อยู่ข้างๆ นะลงเล่นน้ำก่อนแล้วมาทำงานต่อทั้งๆ ที่เปียกๆ นะแหละ สบายที่สุดเลยละ ก็เป็นประเภทไก่ชน ไง ได้น้ำก็ตีต่อได้แล้ว..

  ช่วงเย็นไปกินอาหาร เทศกาลอาหารสองทะเล ของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะ "หอยนางรม" อื้อหือ สดจากทะเลจริงๆ จ้า อร่อย มาก..วันนี้ก็ขอขับรถเวียนแถวข้าง ๆ โบสถ์ก่อนนะ  

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-11 - ทำงานจนลืม..ว่าวันนี้เป็นวันหยุด

วันนี้วันหยุด พืชมงคล ต่อสู้กับไวรัสจนลืมไปเลยว่าวันนี้วันหยุด..
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-10 - โอ๊ย..ทำไม่ไหวแล้ว

โอ๊ย..ทำไม่ไหวแล้วจ๊า คอมพิวเตอร์ทุกตัวโดนไวรัส Rontok หมดเลย และแต่ละเครื่องก็โดนเจ้าไวรัสตัวนี้สร้างโฟลเดอร์ด้วยตัวมันเองโดยอัตโนมัติแล้ว นี้ดีนะที่ยังไม่ถึงขนาด Boot เครื่องเองด้วย ไม่งั้นมันคงกลายเป็น Robocop แล้วละ ฮือ ฮือ เศร้า ต้องหาตัวช่วยแล้ว รู้มั้ยว่าสาเหตุที่เครื่องคอมทุกตัวติดไวรัสเพราะว่ามีการใช้ Handy Drive กันอย่างแพร่หลายมาก ถอดจากเครื่องโน้น เสียบเครื่องนี้ และเมื่อเสียบเข้าไปที่เครื่องคอมฯ ระบบก็ฉลาดเกิน ขึ้นหน้าจอให้ผู้ใช้กด Open เลย ไม่ต้องเข้า Windows Explorer ให้เมื่อตุ้ม..ฮือ..มันก็ติดไว..ทันที นะดิ.เศร้า.. 
Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-9 - จับไวรัส

ช่วงนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานใน สนง.มีปัญหาขึ้นหน้าจอสีเขียว Rontok ซึ่งใช้โปรแกรม Anti Virus จับก็เจอแต่พบว่าทุกโฟลเดอร์ที่มีในคอม จะมีชื่อโฟลเดอร์ซ้ำอีก 1 โฟลเดอร์ด้วย ทำให้มีไฟล์ที่โปรแกรม Scan Virus จับเจอเป็นจำนวนมาก อย่างเครื่องที่กำลังทำอยู่นี่อยากรู้มั้ยเท่าไร 60,000 ไฟล์ เศษๆ ติดเจ้า W32/Rontok ตัวนี้ตัวเดียวเลยละ..เศร้า..    

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-8 - ต่อ Notebook เสียบ Projector

วันนี้มีประชุมที่ สนง.ต้องติดตั้ง Projector และ Notebook เพื่อใช้ในการพิมพ์โครงการที่ผู้ประชุมร่วมกันพัฒนาโครงการขึ้น ก็ต้องช่วย ๆ กันงานจะได้เสร็จไวๆ
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-7 - หาของเก่า..

 วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้า ไปตลาดเพื่อไปหาของเก่า วันนี้มีของมาขายไม่เยอะ มีกระต่าย (เหล็กขูด)ไม้แกะสลักลายแต่สภาพไม่สมบูรณ์ ไม้เริ่มผุแล้ว 3 ตัว ขายเหมา 1,000 บาท แต่ไม่ไหวดูสภาพแล้วไม่สวย และยังมีตู้เสื้อผ้า+กระจกเครื่องแป้ง (ไม้สัก)สภาพดีมาก เรามาไม่ทันมีคนมาซื้อตัดหน้านิดเดียวเอง ราคา 4,800 บาท โอ้โหเสียดาย จังเยย วันนี้เลยได้มาแต่ตะเกียงรั้ว แบบแขวน (สวยดี) กับ ตู้กระจก (ไม้สัก)ตู้เล็กๆ นะความสูงประมาณ 1 เมตร ก็โอเคเอามารวมกับของที่มีอยู่แล้วก็ลงตัวกันแบบเข้ากันได้ดีเลยละ..ไว้อาทิตย์หน้ามาดูใหม่อาจจะเจออะไรเด็ดกว่านี้.. 
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-6 - ส้มตำ+ไอติม

  วันนี้ช่างของการไฟฟ้ามาย้ายมิเตอร์จากหลังบ้านมาอยู่ที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้านเพื่อความสะดวกในการจดค่าไฟฟ้า ช่วงบ่ายน้องสาว+ว่าที่น้องเขยชวนไปกินส้มตำและไอติมโอ่ง..อร่อย..
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-5 - วัน..พัฒนา..

   วันนี้วันหยุด วันฉัตรมงคล เลยขอพัฒนาทำความสะอาดบ้านตัวเองหน่อย โดยเฉพาะหลังบ้านที่มันรกๆ มีต้นไม้ต้นหญ้าเต็มไปหมด เพราะความที่ไม่มีเวลาใส่ใจเลย มัวแต่แหวกหญ้ารกเอาอาหารใส่อ่างปลาเท่านั้น นอกนั้นไม่มีเวลาจัดการเลย ก็ได้โอกาสพัฒนาซะ ทำอยู่ทั้งวัน ตั้งแต่ตัดกิ่งต้นไม้ใหญ่ ถอนหญ้า ถากหญ้า เก็บสาหร่ายและก้านบัวในอ่างปลา หลังจากทำเสร็จก็ดูดีสะอาดขึ้นเยอะเลยละ สบายตาด้วย อย่างน้อยโกโก้ก็ได้มีวิสัยทัศน์ที่จะมองสาวๆ สวยๆ หลังบ้านได้แบบ 180 องศา (ชัดเจนขึ้น)

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-4 - กลับบ้านเรา..ดีกว่า

   หลังจากระทึกใจมาเมื่อวานวันนี้ก็ได้ฤกษ์กลับบ้านซะที ทานข้าวเช้า ออกจากโรงแรมส่งน้องเลขา (คนสวย)ขึ้น Taxi Meter ไปสำนักงานถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เราก็นั่ง Taxi Meter ไปสนามบินดอนเมือง นั่ง Orient กลับหาดใหญ่ เที่ยวบินเวลา 11.00 น.ถึงสนามบินหาดใหญ่ 12.45 น.รอกระเป๋า ขึ้นรถที่คอยรับส่งสนามบินประจำกลับบ้าน เดี่ยวนี้ไม่ต้องให้รถที่บ้านมารับแล้วเปลืองน้ำมัน เบิกค่าเดินทางได้ก็เอาวิธีนี้ก่อนไม่ไหวแล้วกับเศรษฐกิจแบบนี้..ถึงบ้านก็หมดแรงแล้วละ..สลบเหมือด..เหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายวันเลยละ..คร๊อก..
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

• 2006-May-3 - เข้าใจผิด..ขนเขมรเข้าเมืองระยอง..

  วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้าพร้อมเลขาศูนย์ฯ คนสวย (ตัวโต) ทานอาหารเช้าโรงแรมและนั่ง Taxi Meter ไปถนนเพชรบุรีตัดใหม่เพื่อขึ้นรถสำนักงานไปไหนรู้มั้ย? ไปจังหวัดระยอง มีประชุมทำบันทึกความร่วมมือเรื่องโครงการศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นกับองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง ที่ปากน้ำประแส ต.ประแส อ.แกลง จ.ระยอง ตอนเดินทางมาก็โอเคอยู่นะเส้นทางถนนในกรุงเทพฯ สบายกว่าบ้านเราเยอะมาก ดูอย่าง Motor Way สิ รถวิ่งฉิว ไปชิว ชิว เลย แต่พอเข้าเขตตำบลประแส รถตู้ที่นั่งมาก็เริ่มขับแปลกๆ เราก็แปลกใจนะ หันมองข้างรถที่ไหนได้มีรถเก๋งสีขาวขนาบด้านขวา รถกระบะขนาบด้านซ้าย (ตำรวจเต็มเลย) วิ่งขนาบกันไปบนถนน 3 คันคู่ขนานแบบภาพยนต์แนวสืบสวน สอบสวนเลยแนะ (มันนิ)แล้วสักพักรถเก๋งก็ขับมาปาดหน้าแล้วส่งสัญญาณมือให้รถตู้จอดข้างทาง และรถเก๋งก็เบรกกระทันหันในระยะที่รถตู้ที่เรานั่งมาแทบจะชนท้าย รู้มั้ยคนขับตกใจมากเลยนะ ลงจากรถตู้ยกมือไหว้ใหญ่เลย เหมือนเค้ากำลังคิดในใจว่าเค้าทำอะไรผิดหรือเปล่าประมาณนี้นะ ที่ไหนได้ละ เมื่อตำรวจเห็นโลโก้หน่วยงานราชการข้างรถ แค่นั้นแหละขอโทษ ขอโพย กันเป็นการใหญ่เลยว่าเข้าใจผิดที่คิดว่าอะไรรู้มั้ย? รถตู้คันนี้พาคนเขมรหนีเข้าเมืองนะดิ หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งเลยนะ พยายามมองหน้ากันสิว่าใครที่หน้าตาเหมือนคนเขมรบ้างในรถ ดูเหมือนจะมองเห็นแล้วละว่าใคร ก็ภรรยาคนขับรถที่นั่งข้างหน้าไง หน้าเค้าเหมือนคนเขมรมากเลย คือ ผิวขาวๆ กึ่งๆ ไปทางมอญ+เหนืออะไรประมาณนี้นะ เลยกลายเป็นเรื่องระทึกขวัญที่เป็นข้อสนทนากันจนถึงที่ประชุมซ้ำยังบอกชาวบ้านอีกว่ามาพื้นที่จังหวัดระยองเนี่ยต้องระวัง โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถตู้ที่มีคนนั่งมาในรถเกือบเต็มคันแบบนี้ทำให้เป็นข้อสงสัยได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งตำรวจเค้าก็ต้องระวังแรงงานต่างด้าวที่หนีเข้าเมืองมาทำประมงในพื้นที่ระยอง เค้าก็ทำหน้าที่ถูกต้องแล้วแหละที่คอยสอดส่องดูแลระวังอย่างดีนะ ก็เข้าใจว่าเค้าต้องปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ทำให้ตกใจแบบระทึกขวัญเหมือนกัน เลยกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่คอยอยากจำ เพราะเราเป็นพลเมืองดี นี่นา..นะ
Comments (1) :: Post A Comment! :: Permanent Link

About Me


«  July 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• My Blog's RSS
• <%LinkTitle%>

Friends



CATEGORIES

Page 1 of 2
Last Page | Next Page